Home >Article > บทความน้องสายฟ้า > ความเข้าใจผิดเรื่องการต่อสายดิน เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรง
ความเข้าใจผิดเรื่องการต่อสายดิน เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรง
ทราบหรือไม่ว่า โดยทั่วไปนั้นมีความเข้าใจว่าการป้องกันจากการถูกไฟดูด สามารถทำได้โดยการต่อสายดิน จากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วหาบริเวณใกล้ๆกัน ตอกแท่งหลักดิน (แท่งกราวด์) หรือ Ground Rod และนำสายดินมาต่อ เข้าด้วยกัน ซึ่งการต่อสายดินวิธีดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องตามมาตรฐานการต่อลงดินของวสท.(วิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย) ที่ได้กำหนดให้เดินสายดินจากเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับไปที่ตู้ไฟฟ้าที่มีอุปกรณ์ป้องกันโดยตรง ไม่เช่นนั้นแล้วถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องใช้ไฟฟ้านี้ อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินอาจจะไม่ทำงาน เพราะกระแส ลัดวงจรที่ไหลกลับผ่านทางดินมีค่าความต้านทาน ที่สูงกว่าไหลกลับในสายไฟ ซึ่งจะทำให้มีกระแสไฟฟ้าตอน ลัดวงจรไม่สูงพอที่จะทำให้เครื่องตัดไฟทำงานได้ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคนที่มาสัมผัสหรือเกิดความเสียหาย ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ แท่งหลักดิน หรือ Ground Rod ที่ใช้ในการ ต่อลงดินต้องได้มาตรฐาน โดยหลังจากชุบทองแดงแล้วจะต้องมีขนาดรวมคือ 14.2 มิลลิเมตร และตรงส่วน เกลียวจะต้องมีขนาด 5/8 นิ้ว หรือ 16 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามมาตฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท) ,คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ (IEC-62561-2) และ มาตรฐาน UL 467 ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นการเชื่อมต่อระหว่างสายดินกับแท่งหลักดิน ควรใช้วิธีเชื่อมด้วยความร้อนหรือ ExothermicWelding เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อที่ได้รับมาตรฐานจาก UL ซึ่งนอกจากเรื่องคุณภาพการเชื่อมแล้ว UL ยังครอบคลุมคุณภาพความปลอดภัยในด้านการใช้งานด้วย นอกจากนั้นยังต้องได้รับใบรับการทดสอบมาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมของ ROHS ด้วย โดยวิธีการเชื่อมด้วย ความร้อนมีข้อดีคือ ความต้านทานต่ำและนำไฟฟ้าได้ดีที่สุด รวมถึงมีความแข็งแรงทนทานที่สุด อย่างไรก็ดี การเชื่อมด้วยความร้อนนั้น ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ลงมือทำ และควรจะเป็นช่างที่ได้ผ่านการอบรม และมีใบรับรอง การติดตั้งและการเชื่อมด้วยความร้อนโดยเฉพาะ